ข้อกำหนดและเงื่อนไขโครงการพันธมิตร (Affiliate Program) ของ สอนเช็ค
ปรับปรุงล่าสุด: 1 กรกฎาคม 2569
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ("ข้อกำหนด") ใช้บังคับกับการเข้าร่วมโครงการพันธมิตร ("โครงการ") ของ สอนเช็ค ("บริการ", "บริษัท", "เรา") ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกแบบพรีเมียมที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถรับ "ส่วนแบ่งรายได้ต่อเนื่องที่บริษัทเป็นผู้คำนวณ" จากการเชิญชวนให้บุคคลอื่นสมัครใช้บริการแบบพรีเมียมผ่านลิงก์เฉพาะตัวของตน โปรดอ่านข้อกำหนดนี้อย่างละเอียดก่อนเข้าร่วมโครงการ
1. คำนิยามและการยอมรับเงื่อนไข
- "ผู้เข้าร่วมโครงการ" (หรือ "ท่าน") หมายถึง สมาชิกของบริการที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับลิงก์เฉพาะตัวจากบริษัท
- "ลิงก์เฉพาะตัว" หมายถึง ลิงก์หรือรหัสเฉพาะตัวที่บริษัทออกให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้ติดตามผลการเข้าร่วมโครงการ
- "ค่าตอบแทน" หมายถึง ส่วนแบ่งรายได้ที่บริษัทเป็นผู้คำนวณและจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3
- ความเป็นส่วนตัวแบบสถิติรวม: ผู้เข้าร่วมโครงการจะเห็นเฉพาะข้อมูล "สถิติแบบรวม" เท่านั้น เช่น จำนวนคลิกและจำนวนสมาชิก โดยจะ ไม่ได้รับและไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ระบุตัวตน (เช่น ชื่อ-นามสกุล อีเมล หรือข้อมูลติดต่อ) ของบุคคลที่สมัครใช้บริการผ่านลิงก์ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
- การกดยอมรับข้อกำหนดนี้ การสมัครเข้าร่วมโครงการ หรือการใช้ลิงก์เฉพาะตัว ถือว่าผู้เข้าร่วมโครงการได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดนี้ทุกประการ รวมถึงข้อตกลงการใช้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท หากท่านไม่ยอมรับข้อกำหนดนี้ โปรดอย่าเข้าร่วมโครงการ
- ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการกับบริษัทเป็นความสัมพันธ์ตามสัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน ข้อกำหนดนี้มิได้ก่อให้เกิดสถานะการเป็นลูกจ้าง ตัวแทน หุ้นส่วน หรือกิจการร่วมค้าระหว่างกันแต่อย่างใด
2. คุณสมบัติผู้เข้าร่วม
- ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นสมาชิกแบบพรีเมียมที่มีสถานะใช้งานอยู่ (active) ณ ขณะที่เข้าร่วมโครงการและขณะที่รับค่าตอบแทน จึงจะมีสิทธิ์ได้รับและใช้งานลิงก์เฉพาะตัว หากสถานะสมาชิกพรีเมียมสิ้นสุดหรือหมดอายุ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการระงับการสะสมค่าตอบแทนใหม่จนกว่าจะกลับมามีสถานะใช้งานอีกครั้ง
- ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริง และเป็นปัจจุบัน
- หนึ่งบัญชีต่อหนึ่งบุคคลเท่านั้น ผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่สร้างหรือใช้บัญชีซ้ำซ้อนหรือบัญชีปลอมเพื่อรับค่าตอบแทนเกินสิทธิ์
- ห้ามใช้ลิงก์เฉพาะตัวของตนเพื่อสมัครพรีเมียมให้แก่บัญชีของตนเอง และห้ามสร้างรายการขึ้นโดยมิได้เกิดจากการเชิญชวนบุคคลอื่นให้สมัครใช้บริการจริง
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณารับหรือปฏิเสธการเข้าร่วมโครงการของบุคคลใด ๆ ตามดุลพินิจอันสมเหตุสมผลของบริษัท
3. ค่าตอบแทนและการคำนวณ
- ค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่งรายได้ในอัตราร้อยละ 10 ของรายได้ค่าบริการที่บริษัทคำนวณได้จากการชำระค่าบริการแบบพรีเมียม ที่บริษัทพิจารณาว่าเกิดจากการเข้าร่วมโครงการของท่านตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด
- ค่าตอบแทนนี้เป็นค่าตอบแทนแบบต่อเนื่อง กล่าวคือ บริษัทจะคำนวณค่าตอบแทนให้ทุกครั้งที่มีการชำระเงิน เพื่อต่ออายุสมาชิกพรีเมียมที่บริษัทนับรวมในการคำนวณค่าตอบแทนของท่าน ตราบเท่าที่ยังคงมีการต่ออายุและชำระเงินจริง และเป็นไปตามเงื่อนไขในข้อกำหนดนี้
- การคำนวณค่าตอบแทนใช้หน่วยเป็นสตางค์ และปัดเศษลง (ปัดลง) ในทุกขั้นตอนของการคำนวณ
- บริษัทเป็นผู้คำนวณค่าตอบแทนแต่เพียงผู้เดียว โดยอ้างอิงจากข้อมูลการชำระเงินและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามที่บริษัทบันทึกไว้ คำตัดสินของบริษัทเกี่ยวกับจำนวนค่าตอบแทนถือเป็นที่สุด
- หลักเกณฑ์ ตัวแปร และวิธีการคำนวณค่าตอบแทนภายในทั้งหมด ถือเป็นข้อมูลความลับทางธุรกิจของบริษัท บริษัทอาจไม่เปิดเผยรายละเอียดของสูตรหรือวิธีการคำนวณภายใน ทั้งนี้ค่าตอบแทนที่ท่านได้รับจะเป็นไปตามที่บริษัทคำนวณและแจ้งไว้
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอัตรา วิธีการคำนวณ หรือหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคำนวณส่วนแบ่งรายได้เป็นครั้งคราว โดยจะมีผลกับค่าตอบแทนที่เกิดขึ้นนับแต่วันที่การเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ
4. การยืนยันสิทธิ์และระยะรอ
- เมื่อมีการชำระเงินที่ก่อให้เกิดค่าตอบแทน ค่าตอบแทนนั้นจะมีสถานะ "รอการยืนยัน" เป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งตรงกับช่วงระยะเวลาที่ผู้ชำระเงินอาจขอคืนเงินได้
- เมื่อพ้นระยะ 15 วันโดยไม่มีการขอคืนเงิน การปฏิเสธรายการ หรือข้อโต้แย้งใด ๆ ค่าตอบแทนจะเปลี่ยนสถานะเป็น "ยืนยันแล้ว" และพร้อมนับรวมเพื่อการถอนตามข้อ 7
- หากผู้ชำระเงินที่เกี่ยวข้องขอคืนเงิน ถูกปฏิเสธการชำระเงิน มีการเรียกเก็บเงินคืน (chargeback) หรือการชำระเงินถูกยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด บริษัทมีสิทธิ์เรียกคืนค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้อง (clawback) ทั้งที่ยังอยู่ในสถานะ "รอการยืนยัน" และที่ "ยืนยันแล้ว" โดยการหักออกจากยอดค่าตอบแทนคงเหลือ หรือเรียกคืนจากยอดที่จ่ายไปแล้วตามแต่กรณี
5. การยืนยันตัวตนและบัญชีธนาคาร (KYC/AML)
- ก่อนการถอนค่าตอบแทนครั้งแรก ผู้เข้าร่วมโครงการต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนของบริษัทให้ครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ภาพถ่ายยืนยันตัวตน (ภาพถ่ายใบหน้าคู่กับเอกสาร) และหน้าสมุดบัญชีธนาคารของผู้เข้าร่วมโครงการ
- ชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้รับเงินต้องตรงกับชื่อตามบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เข้าร่วมโครงการ และต้องตรงกับชื่อของผู้ที่ชำระค่าบริการพรีเมียมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามที่บริษัทกำหนด
- กระบวนการยืนยันตัวตนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนได้ตามความจำเป็น
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการระงับหรือปฏิเสธการจ่ายค่าตอบแทน หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่ผ่านการยืนยันตัวตน หรือข้อมูลที่ให้ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกัน หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย
- ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตนจะได้รับการเก็บรักษาและประมวลผลตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อ 6
6. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- การคุ้มครองข้อมูลของสมาชิกที่สมัครผ่านลิงก์: บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ระบุตัวตน ของบุคคลที่สมัครใช้บริการผ่านลิงก์เฉพาะตัวให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะเห็นเพียงข้อมูลสถิติแบบรวม (เช่น จำนวนคลิกและจำนวนสมาชิก) เท่านั้น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกตาม PDPA
- ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม: เพื่อยืนยันตัวตนและจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ บริษัทจะเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่เอกสารราชการ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ และภาพสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารราชการ ภาพถ่ายยืนยันตัวตน (ภาพถ่ายใบหน้าคู่บัตร) และภาพหน้าสมุดบัญชีธนาคาร
- ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว: บริษัทตระหนักว่าเอกสารบางส่วนที่ผู้เข้าร่วมโครงการส่งให้ อาจประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น ภาพใบหน้าซึ่งอาจถือเป็นข้อมูลชีวมิติ (biometric) และข้อมูลศาสนาที่อาจปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน บริษัทจะประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวเท่าที่จำเป็นต่อการยืนยันตัวตนตามกฎหมาย และจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้เข้าร่วมโครงการตามที่กฎหมายกำหนด
- วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผล: บริษัทประมวลผลข้อมูลข้างต้นเพื่อ (ก) ยืนยันตัวตนของผู้เข้าร่วมโครงการ (ข) จ่ายค่าตอบแทนและดำเนินการที่เกี่ยวข้อง และ (ค) ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีและกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยอาศัยฐานความยินยอมของเจ้าของข้อมูล และฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
- การจัดเก็บและความปลอดภัย: เอกสารและข้อมูลยืนยันตัวตนจะถูกจัดเก็บแยกในที่จัดเก็บแบบปิด (private storage) ที่เข้าถึงได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีความจำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น มีการเข้ารหัสขณะจัดเก็บ และจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้ บริษัทแนะนำให้ผู้เข้าร่วมโครงการขีดคร่อมหรือปิดทับข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น ศาสนาและหมู่เลือดบนสำเนาเอกสาร และเขียนกำกับบนสำเนาว่า "ใช้เพื่อยืนยันตัวตนกับ สอนเช็ค (sornflow) เท่านั้น" เพื่อป้องกันการนำไปใช้โดยมิชอบ
- ระยะเวลาเก็บรักษา: บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ข้างต้น และตามระยะเวลาที่กฎหมายว่าด้วยการบัญชีและภาษีกำหนด เมื่อพ้นความจำเป็นแล้ว บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้เข้าร่วมโครงการในฐานะเจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ตามกฎหมาย ได้แก่ สิทธิ์ขอเข้าถึงและขอรับสำเนา ขอแก้ไขให้ถูกต้อง ขอลบหรือทำลาย ขอคัดค้านหรือระงับการประมวลผล และขอเพิกถอนความยินยอม ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิทธิ์ดังกล่าวหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทางอีเมล: contact@sornkan.com
7. การถอนเงินและภาษี
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถยื่นคำขอถอนค่าตอบแทนได้เมื่อยอดค่าตอบแทนที่อยู่ในสถานะ "ยืนยันแล้ว" มีจำนวนถึง 500 บาทขึ้นไป
- บริษัทจะดำเนินการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรอบรายเดือนตามกำหนดเวลาที่บริษัทแจ้งไว้ โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วตามข้อ 5
- บริษัทอาจหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายไทยกำหนด และจะออกหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตามสมควร
- ค่าตอบแทนที่ได้รับถือเป็นเงินได้ของผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการมีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้ของตนเองตามกฎหมาย
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการชะลอหรือระงับการจ่าย หากมีข้อโต้แย้ง การตรวจสอบเรื่องการทุจริต หรือคำสั่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
8. การติดตามผลและคุกกี้
- เมื่อมีผู้คลิกลิงก์เฉพาะตัวของท่าน ระบบจะบันทึกคุกกี้เพื่อใช้ติดตามผลเป็นระยะเวลา 90 วัน โดยใช้หลักการนับจากการคลิกครั้งแรก (first-touch) กล่าวคือ ผู้เข้าร่วมโครงการที่ผู้ใช้คลิกลิงก์เป็นรายแรกภายในระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นผู้ได้รับการนับสิทธิ์
- หากผู้ใช้ลบคุกกี้ ใช้อุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์ต่างกัน หรือมีการตั้งค่าที่ขัดขวางการทำงานของคุกกี้ อาจทำให้การติดตามผลไม่สมบูรณ์ ซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมและความรับผิดของบริษัท
- การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการติดตามผลเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัท และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ทั้งนี้ บริษัทไม่เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนของสมาชิกที่สมัครผ่านลิงก์แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และผู้เข้าร่วมโครงการต้องไม่พยายามเก็บรวบรวม ระบุตัวตน หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
9. ข้อห้ามและการระงับสิทธิ์
- ห้ามส่งข้อความสแปม หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ลิงก์เฉพาะตัวในลักษณะที่รบกวนหรือผิดกฎหมาย
- ห้ามโฆษณาหลอกลวง ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือกล่าวอ้างสรรพคุณหรือผลตอบแทนเกินจริงเกี่ยวกับบริการหรือโครงการ
- ห้ามแอบอ้างหรือใช้เครื่องหมายการค้า ชื่อ โลโก้ หรือแบรนด์ของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการสร้างหน้าเว็บ โฆษณา หรือบัญชีสื่อสังคมที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นของบริษัท
- ห้ามสร้างหรือใช้บัญชีปลอม ห้ามใช้ลิงก์เฉพาะตัวของตนเพื่อสมัครให้บัญชีของตน และห้ามสร้างรายการชำระเงินหรือรายการเข้าร่วมที่ไม่เป็นความจริงเพื่อรับค่าตอบแทน
- หากบริษัทตรวจพบการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นการทุจริต บริษัทมีสิทธิ์ระงับหรือยกเลิกการเข้าร่วมโครงการของผู้เข้าร่วมโครงการ ระงับการจ่ายเงิน และริบค่าตอบแทนที่ได้มาโดยทุจริตหรือโดยฝ่าฝืนข้อกำหนด รวมถึงดำเนินการตามกฎหมายตามแต่กรณี
- เพื่อความชัดเจน โครงการนี้ไม่ใช่การลงทุน ไม่ใช่การระดมทุน ไม่รับประกันรายได้ และไม่ใช่ธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ค่าตอบแทนเกิดขึ้นจากการชำระค่าบริการพรีเมียมจริงตามที่บริษัทคำนวณเท่านั้น
10. การเปลี่ยนแปลงและการสิ้นสุด
- บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ระงับชั่วคราว หรือยกเลิกโครงการ รวมถึงข้อกำหนดนี้ ได้ตลอดเวลา โดยจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสมล่วงหน้าตามสมควร เว้นแต่เป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
- การเข้าร่วมโครงการต่อไปภายหลังการเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับ ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว
- ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถขอออกจากโครงการได้ทุกเมื่อ การสิ้นสุดการเข้าร่วมไม่กระทบต่อค่าตอบแทนที่อยู่ในสถานะ "ยืนยันแล้ว" ซึ่งเกิดขึ้นโดยชอบก่อนการสิ้นสุด เว้นแต่กรณีที่มีการทุจริตหรือการเรียกคืนตามข้อ 4 และข้อ 9
- เมื่อการเข้าร่วมโครงการสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด สิทธิ์ในการใช้ลิงก์เฉพาะตัวและการสะสมค่าตอบแทนใหม่จะสิ้นสุดลงทันที
11. ความรับผิดและกฎหมายที่ใช้บังคับ
- เท่าที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายต่อเนื่อง การสูญเสียโอกาส หรือการสูญเสียรายได้ใด ๆ ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมโครงการ
- ความรับผิดรวมของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะไม่เกินจำนวนค่าตอบแทนที่ "ยืนยันแล้ว" และค้างจ่ายแก่ผู้เข้าร่วมโครงการในขณะเกิดเหตุ
- หากข้อความส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้ตกเป็นโมฆะหรือไม่อาจบังคับได้ ให้ข้อความส่วนที่เหลือยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป (severability) และให้ตีความข้อความส่วนนั้นให้ใกล้เคียงกับเจตนารมณ์เดิมมากที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต
- ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดนี้
หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับโครงการพันธมิตรหรือข้อกำหนดฉบับนี้ โปรดติดต่อเราทางอีเมล: contact@sornkan.com